วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2558

วิธีปฏิบัติเมื่อถูกงูกัด



งูจำแนกได้เป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือ งูที่มีพิษและงูที่ไม่มีพิษ โดยทั่วไปเมื่อคนเราถูกงูกัดเรามักจะเห็นตัวงูไม่ชัดเจนหรือไม่ได้ตีงูที่กัดเนื่องจากงูที่กัดเรานั้นมักเลื้อยหนีเข้าดงพงหญ้าไปก่อนที่เราจะไหวตัวทันเพื่อจะหยิบคว้าไม้มาตี ถึงเราไม่รู้ว่างูที่กัดเรานั้นเป็นงูอะไรแต่เราพอจะสังเกตดูรู้ได้ว่างูนั้นมีพิษหรือไม่มีพิษก็จากแผลที่ถูกงูกัด กล่าวคือถ้างูมีพิษกัดจะมีรอยเขี้ยวยาวแหลมโค้งชัดเจนฝังลึกเป็นรอยแผลสองรู ห่างจากรูที่เป็นรอยฟันซึ่งอยู่ติดกัน แต่ถ้ารอยกัดเป็นรอยฟันเล็กๆเรียงกันเท่านั้นโดยไม่มีรอยแผลลึก สองรู ที่ห่างออกไปแสดงว่าเป็นงูที่ไม่มีพิษ พูดง่ายๆก็คืองูพิษต้องมีเขี้ยวสองเขี้ยวนั่นเองครับ
 
ต่อไปนี้คือวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับผู้ถูกงูพิษกัด
หากโดนงูพิษกัดที่แขนหรือขาให้ผู้ป่วยนอนนิ่ง แล้วใช้เชือก หรือเชือกกล้วย เข็มขัด สายยาง หรือผ้าผูกคอแล้วแต่สะดวก ให้เอาอุปกรณ์ดังกล่าวมารัดเหนือรอยงูกัดประมาณ 1 – 2 นิ้ว โดยรัดให้แน่นพอดีและสามารถสอดนิ้วเข้าไปได้หนึ่งนิ้ว อย่ารัดแน่นเกินไปเพราะจะมีการดูดซึมพิษในหลอดเลือดดำใต้ผิวหนังและเมื่อปล่อยสายรัดพิษจะกลับเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว ให้จัดตำแหน่งอวัยวะที่ถูกงูกัดให้อยู่ในระดับต่ำกว่าหัวใจแต่อย่าให้ผู้ป่วยนั่งเพราะจะทำให้ผู้ป่วยปวดศีรษะ ให้หาน้ำแข็งมาประคบซึ่งจะช่วยลดการแพร่พิษงูและช่วยบรรเทาปวดได้ด้วย เสร็จแล้วให้ส่งผู้ป่วยไปหาแพทย์ ระหว่างนี้หากมีการบวมขยายใหญ่ขึ้นให้ใช้เชือกใหม่รัดเหนือรอยเดิม แล้วให้คลายเชือกเก่าทิ้ง

ถ้างูพิษกัดที่ใบหน้า ลำคอ ลำตัว ให้ผู้ป่วยนอนนิ่งจะได้ลดแรงดันของการไหลเวียนโลหิต เพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของพิษงู ใช้สายรัดเหนือรอยกัดประมาณ 1 นิ้วแล้วเปิดแผลโดยใช้ใบมีดโกนกรีดรอยเขี้ยวตามยาวลึก ¼ นิ้ว และยาว 2 นิ้ว เพื่อบีบหรือเอาปากดูดให้เลือดออกซึ่งพิษงูจะออกมากับเลือดดังกล่าว (วิธีนี้จะได้ผลหากทำหลังงูกัดไม่เกิน 30 นาที)

ให้เคลื่อนไหวผู้ป่วยให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็นเท่านั้น หากผู้ป่วยอยู่นิ่งพิษจะดูดซึมช้า เนื่องจากพิษจะถูกดูดซึมผ่านทางระบบน้ำเหลืองและระหว่างส่งโรงพยาบาลอย่าให้ผู้ป่วยหลับเด็ดขาด อีกทั้งหากตีงูได้ให้เอางูไปด้วย

พิษงูจะทำลายเม็ดเลือด มีเลือดออกตามร่างกาย ทำลายระบบประสาท แขนขาไม่มีแรง อ่อนเพลีย ง่วงเหงาหาวนอน และพิษยังทำให้เลือดบริเวณที่ถูกกัดแข็งตัว จึงมีอาการบวม เขียวคล้ำ จนเนื้อเน่าตาย

หากมองไม่เห็นว่าเป็นงูชนิดใดหรือสัตว์ชนิดใดกัด สถานที่ซึ่งผู้ป่วยถูกกัดอาจบอกถึงชนิดงู ชนิดสัตว์ได้ เช่น
1 ถ้าถูกกัดบริเวณกิ่งไม้ให้สงสัยว่าจะเป็นงูเขียวหางไหม้
2 ถ้าถูกกัดตามทุ่งนาให้สงสัยว่าอาจเป็นงูเห่าได้
3 ถ้าถูกกัดบริเวณซอกไม้อาจเป็นงูหรือตะขาบ แมงป่อง
4 ถ้าถูกกัดตามพงหญ้าส่วนมากจะเป็นงูกัด

ข้อแนะนำสำหรับผู้ถูกงูกัด
1 อย่าตกใจกลัว ดิ้นรน เนื่องจากจะทำให้อาการจากพิษของงูรุนแรงและรวดเร็วมากขึ้น
2 ถอดเครื่องตกแต่งบริเวณที่ถูกกัด เช่น แหวน
3 อย่าให้ผู้ถูกงูกัดดื่มสุรา หรือยาดองเหล้า และยาอื่นๆที่มีสุราเจือปนอยู่
4 อย่าให้ยาที่ออกฤทธิ์ต่อประสาท ยาแก้ปวดจำพวกมอร์ฟีน และยาแก้ปวดพวกแอสไพริน เพราะจะไปเสริมฤทธิ์กับพิษงู
5 ถ้าเป็นงูธรรมดากัด ให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ ไม่ต้องรัดเหนือแผล ให้เอาผ้าก๊อซมาปิดทับแผลไว้และไปพบแพทย์

เคล็ดลับก่อนหน้า